Email : สมัครสมาชิก
Pass  : ลืมรหัสผ่าน
   
 10 มีนาคม 2553 เวลา 22:19 น.
ตั้งเป็นหน้าแรก Favorites ติดต่อโฆษณา แจ้งปัญหาการใช้งาน
       
หน้าแรกหนุกหนาน   เรื่องฮอต สุดฮิต เล่นเกมส์กับหนุกหนาน ฟังเพลงเพราะๆ หนังใหม่ มาแรง ภาพเด็ด รูปสวย คลิปหลุด คลิปเสียว ฮาฮา ขำขำ ร่วมแสดงความเห็น ลงประกาศฟรี สารบัญเว็บไซต์   มุมสมาชิก
Home   Hilight เกมส์ ฟังเพลง ดูหนัง แกลอรี่ วีดีโอคลิป เว็บบอร์ด ลงประกาศฟรี สารบัญเว็บไซต์   สมาชิก
                   
ไฮไลน์ ข่าวประจำวัน บันเทิง วาไรตี้ เทคโนโลยี กีฬา
 

อดีตประธานสหภาพทีโอที เบิกความคดียึดทรัพย์แม้ว

Tag (ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง) : พ.ต.ท.ทักษิณ? ชินวัตร ,คดียึดทรัพย์ 
Post : 15 ธันวาคม 2552 เวลา 23:35 น. , View: 18
Pic_53141

อดีตประธานสหภาพ ทีโอที และ อดีตรองอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข ขึ้นเบิกความ คดียึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาท ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  ...

ที่ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วันที่ 15 ธ.ค. นายสมศักดิ์ เนตรมัย ผู้พิพากษาอาวุในศาลฎีกา เจ้าของสำนวนคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมองค์คณะ รวม 9 คน ไต่สวนพยานอัยการ คดีที่อัยการสูงสุด ยื่นคำร้องให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ธุรกิจครอบครัว อันเป็นการทับซ้อนประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม รวมทั้งทรัพย์สินที่มีชื่อบุคคลในครอบครัว และบุคคลใกล้ชิดรวม 22 ราย ซึ่งเป็นผู้คัดค้าน มูลค่า 76,000 ล้านบาทตกเป็นของแผ่นดิน


โดย อัยการนำ นายมิตร เจริญวัลย์ อดีตประธานสหภาพองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย หรือ ทีโอที เบิกความโดยสรุปว่า ในการประชุมตัวแทนสหภาพครั้งหนึ่งมีการพิจารณาอนุมัติเปลี่ยนสัญญาการจัด เก็บค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบบัตรเติมเงิน (พรีเพด) ของบริษัทเอไอเอส ที่คณะกรรมการบริหารอนุมัติตามข้อเสนอให้จัดเก็บร้อยละ 20 ซึ่งสหภาพไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่าผิดกับสัญญาหลัก อาจส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของทีโอที เรื่องดังกล่าวได้มีการร้องเรียนไปยัง ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบ แต่ตนไม่ทราบผล


ด้าน นายวิวัฒน์ สุทธิภาค อดีตรองอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข เบิกความว่า ขณะเป็นคณะกรรมการประสานงานดาวเทียม กระทรวงคมนาคม มีหน้าที่ดูแลโครงการให้เป็นไปตามกำหนดสัญญา โดยได้พิจารณาคำขอส่งดาวเทียมไอพีสตาร์ของบริษัท ชินแซทเทิลไลท์ แทนดาวเทียมไทยคม 4 โดยได้ตอบกลับไปว่าแม้ว่าดาวเทียมไอพีสตาร์จะไม่มีช่องสัญญาณซีแบนด์ เหมือนกับดาวเทียมไทยคม 3 แต่มีลักษณะทันสมัยและดีที่สุดและมีความครอบคลุมพื้นที่ให้บริการมากกว่า และสามารถรองรับความถี่ซีแบนด์ได้ แต่ต้องมีสถานีสัญญาณ ซึ่งตามสัญญาที่ระบุว่าจะต้องมีดาวเทียมหลัก ดาวเทียมสำรองนั้นเป็นคำนิยามตามเทคนิค

เพราะข้อเท็จจริงแล้ว ดาวเทียมแต่ละดวงสามารถใช้แทนกันได้ทั้งดาวเทียมหลักและรอง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการบริการไม่ต่อเนื่อง ในการจัดทำสัญญาของกระทรวงคมนาคมนอกจากสัญญาฉบับแรกแล้วที่กำหนดว่า การยิงดาวเทียมไทยคม 1 ให้ดาวเทียมไทยคม 2 เป็นดาวเทียมสำรอง แต่การยิงดาวเทียมหลังจากนั้นไม่มีกำหนดขึ้นอยู่กับความเห็นชอบของกระทรวง คมนาคม

ดังนั้นหากถามว่าการยิงดาวเทียมไอพีสตาร์ แทนดาวเทียมไทยคม 4 ผิดกับสัญญาหรือไม่คงตอบได้ไม่เต็มที่ เพราะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกระทรวงคมนาคม ภายหลังศาลไต่สวนพยานเสร็จสิ้นแล้ว นัดไต่สวนพยานครั้งต่อไป วันที่ 22 ธ.ค.52 เวลา 09.30 น. โดยอัยการเตรียมนำ นายสุรเกียรติ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายกล้านรงค์ จันทิก อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส) เข้าเบิกความ

ขอขอบคุณ
ข้อมูลและภาพประกอบจาก

 


 
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง  

เกาะกระแส

 

การเมือง  |  เศรษฐกิจ  |  สังคม  |  การศึกษา  |  ต่างประเทศ  |  อาชญากรรม  |  ภูมิภาค  |  ทั่วไป  |  บันเทิง  |  ผู้หญิง  |  อาหาร  |  สุขภาพ  |  ท่องเที่ยว  |  สัตว์เลี้ยง  |  หนังสือ  |  บทความ  |  แฟชั่น  |  ดูดวง  |  Forward Mail  |  ยานยนต์  |  คอมพิวเตอร์  |  อุปกรณ์สื่อสาร มือถือ - PDA  |  กล้องดิจิตอล กล้องวีดีโอ  |  อื่นๆ  |  กีฬา  |  ละคร  |  

copyright © by หนุกหนานดอทเนท 2006 - 2010 All right reserved.