อดีตประธานสหภาพ ทีโอที และ อดีตรองอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข ขึ้นเบิกความ คดียึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาท ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ...
ที่
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วันที่ 15 ธ.ค.
นายสมศักดิ์ เนตรมัย ผู้พิพากษาอาวุในศาลฎีกา เจ้าของสำนวนคดียึดทรัพย์
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมองค์คณะ รวม 9 คน
ไต่สวนพยานอัยการ คดีที่อัยการสูงสุด
ยื่นคำร้องให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ
ผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ
ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ธุรกิจครอบครัว
อันเป็นการทับซ้อนประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม
รวมทั้งทรัพย์สินที่มีชื่อบุคคลในครอบครัว และบุคคลใกล้ชิดรวม 22 ราย
ซึ่งเป็นผู้คัดค้าน มูลค่า 76,000 ล้านบาทตกเป็นของแผ่นดิน
โดย
อัยการนำ นายมิตร เจริญวัลย์ อดีตประธานสหภาพองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย
หรือ ทีโอที เบิกความโดยสรุปว่า
ในการประชุมตัวแทนสหภาพครั้งหนึ่งมีการพิจารณาอนุมัติเปลี่ยนสัญญาการจัด
เก็บค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบบัตรเติมเงิน (พรีเพด)
ของบริษัทเอไอเอส ที่คณะกรรมการบริหารอนุมัติตามข้อเสนอให้จัดเก็บร้อยละ
20 ซึ่งสหภาพไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่าผิดกับสัญญาหลัก
อาจส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของทีโอที
เรื่องดังกล่าวได้มีการร้องเรียนไปยัง ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบ แต่ตนไม่ทราบผล
ด้าน
นายวิวัฒน์ สุทธิภาค อดีตรองอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข เบิกความว่า
ขณะเป็นคณะกรรมการประสานงานดาวเทียม กระทรวงคมนาคม
มีหน้าที่ดูแลโครงการให้เป็นไปตามกำหนดสัญญา
โดยได้พิจารณาคำขอส่งดาวเทียมไอพีสตาร์ของบริษัท ชินแซทเทิลไลท์
แทนดาวเทียมไทยคม 4
โดยได้ตอบกลับไปว่าแม้ว่าดาวเทียมไอพีสตาร์จะไม่มีช่องสัญญาณซีแบนด์
เหมือนกับดาวเทียมไทยคม 3
แต่มีลักษณะทันสมัยและดีที่สุดและมีความครอบคลุมพื้นที่ให้บริการมากกว่า
และสามารถรองรับความถี่ซีแบนด์ได้ แต่ต้องมีสถานีสัญญาณ
ซึ่งตามสัญญาที่ระบุว่าจะต้องมีดาวเทียมหลัก
ดาวเทียมสำรองนั้นเป็นคำนิยามตามเทคนิค
เพราะข้อเท็จจริงแล้ว
ดาวเทียมแต่ละดวงสามารถใช้แทนกันได้ทั้งดาวเทียมหลักและรอง
เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการบริการไม่ต่อเนื่อง
ในการจัดทำสัญญาของกระทรวงคมนาคมนอกจากสัญญาฉบับแรกแล้วที่กำหนดว่า
การยิงดาวเทียมไทยคม 1 ให้ดาวเทียมไทยคม 2 เป็นดาวเทียมสำรอง
แต่การยิงดาวเทียมหลังจากนั้นไม่มีกำหนดขึ้นอยู่กับความเห็นชอบของกระทรวง
คมนาคม
ดังนั้นหากถามว่าการยิงดาวเทียมไอพีสตาร์
แทนดาวเทียมไทยคม 4 ผิดกับสัญญาหรือไม่คงตอบได้ไม่เต็มที่
เพราะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกระทรวงคมนาคม
ภายหลังศาลไต่สวนพยานเสร็จสิ้นแล้ว นัดไต่สวนพยานครั้งต่อไป วันที่ 22
ธ.ค.52 เวลา 09.30 น. โดยอัยการเตรียมนำ นายสุรเกียรติ เสถียรไทย
อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายกล้านรงค์
จันทิก อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ
(คตส) เข้าเบิกความ
ขอขอบคุณ
ข้อมูลและภาพประกอบจาก




