แฟชั่นชุดนักศึกษาสาวยุคนี้ที่ต้อง "สั้นเต่อ รัดติ้ว"
เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมาเป็นระยะ
แต่การแก้ไขปัญหากลับไม่สามารถทำได้โดยง่าย แม้กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)
ในยุคของ คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
จะเคยให้ความสนใจถึงขั้นมีแนวคิดผลักดันให้การแก้ปัญหาเรื่องนี้เป็นวาระ
แห่งชาติ และเสนอให้มหาวิทยาลัยต่างๆ
ทบทวนการบังคับใช้กฎระเบียบการแต่งกายของนิสิตนักศึกษา
โดยเฉพาะการแต่งกายของนิสิตนักศึกษาหญิงอย่างจริงจังก็ตาม
ก่อน
หน้านี้ ศูนย์วิจัยกรุงเทพโพล สถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ
ได้เคยสำรวจความคิดเห็นเรื่อง "ปัญหาการแต่งกายของนิสิต
นักศึกษาในระดับอุดมศึกษา" โดยเก็บข้อมูลจากนิสิต
นักศึกษาระดับอนุปริญญาและปริญญาตรีจากสถาบันการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน
ทั่วทุกภาคของประเทศ โดยร่วมมือกับบริษัท เอ็มเว็บ (ประเทศไทย) จำกัด
ในการเก็บผลสำรวจบางส่วนผ่านเว็บไซต์สนุกดอทคอม ปรากฏว่าส่วนใหญ่เห็นว่า
การแต่งกายของนิสิต
นักศึกษาในปัจจุบันเป็นปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ถึงร้อยละ
72.6 เพราะเห็นว่าจะก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรม อาทิ การล่วงละเมิดทางเพศ
การข่มขืน ร้อยละ 59.9 ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของสถาบันและของตนเอง
ร้อยละ 17.8

ผล
สำรวจยังเห็นด้วยที่หน่วยงานเกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ
และกระทรวงวัฒนธรรมจะผลักดันการแก้ปัญหาการแต่งกายของนิสิต นักศึกษา
ให้เป็นวาระแห่งชาติ ถึงร้อยละ 68.5 ประเด็นที่น่าสนใจคือ
เมื่อถามความเห็นกลุ่มตัวอย่างถึงมาตรการที่จะนำมาใช้แก้ปัญหาการแต่งกายของ
นิสิต นักศึกษาแล้วทำให้เห็นผลเป็นรูปธรรมมากที่สุด ส่วนใหญ่เห็นว่า
ควรใช้กฎระเบียบของสถาบันการศึกษามาเป็นตัวบังคับอย่างจริงจังอาทิ
ตัดคะแนน หรือไม่ให้เข้าชั้นเรียน ร้อยละ 47.5
ใช้การรณรงค์หรือชักจูงใจให้นิสิต นักศึกษา หันมาแต่งกายให้เหมาะสม ร้อยละ
30.2 และใช้มาตรการทางกฎหมายในการบังคับให้ผู้ผลิต
เลิกผลิตเสื้อนักศึกษาที่ฟิต โป๊ หรือมีขนาดเล็กจนเกินไป ร้อยละ 15.7

อย่าง
ไรก็ตาม กลุ่มตัวอย่างไม่เห็นด้วย
หากจะให้สถาบันการศึกษาอนุญาตให้นักศึกษาแต่งชุดธรรมดาที่สุภาพ (Private)
แทนการใส่ชุดนักศึกษา ร้อยละ 57.2
เพราะเชื่อว่าปัญหาเรื่องการแต่งกายไม่เหมาะสมของนิสิต
นักศึกษาจะยังคงมีอยู่ ร้อยละ 60.0
จากผลการสำรวจดังกล่าวชี้ให้
เห็นว่า ส่วนใหญ่เชื่อว่า ทางแก้ปัญหานี้คือ
ใช้กฎระเบียบของสถาบันการศึกษามาเป็นตัวบังคับอย่างจริงจัง
ไม่ว่าจะเป็นการตัดคะแนน หรือไม่ให้เข้าชั้นเรียน
และใช้การรณรงค์หรือชักจูงใจให้นิสิต นักศึกษา หันมาแต่งกายให้เหมาะสม
ซึ่งสอดคล้องกับ นายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
(กกอ.)
ที่เห็นว่าทุกมหาวิทยาลัยมีระเบียบของมหาวิทยาลัยว่าด้วยเรื่องเครื่องแบบ
และการแต่งกายของนักศึกษาอย่างชัดเจนอยู่แล้ว
และก่อนที่จะเข้าไปเป็นนิสิตนักศึกษา
ก็จะมีการจัดปฐมนิเทศและอบรมเกี่ยวกับการเตรียมตัวเข้าสู่ มหาวิทยาลัย
พร้อมทั้งชี้แจงระเบียบต่างๆ ที่นิสิตนักศึกษาควรรู้และต้องปฏิบัติตาม
ซึ่งจะรวมถึงการแต่งกายที่ถูกระเบียบด้วย ขณะที่ผู้บริหาร
มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง กล่าวว่า
ทางมหาวิทยาลัยจะไปเข้มงวดกับนักศึกษาเรื่องเครื่องแต่งกายมากนักคงไม่ได้
เพราะเส้นวัดความเหมาะสมของแต่ละคนต่างกัน
จึงทำได้แค่ตักเตือนให้นักศึกษาแต่งกายให้เหมาะสมกับสถานภาพนักศึกษาเท่า
นั้น
ล่าสุด ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล
อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จุฬาฯ จัดโครงการ "อีกนิด"
เพื่อรณรงค์ให้นิสิตทั้งชายและหญิงแต่งกายให้ถูกระเบียบ
เพื่อดำรงเกียรติภูมิของชาวจุฬาฯ
ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องแบบนิสิตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าจุลจอมเกล้าเจ้า
อยู่หัว

"ที่
ผ่านมานิสิตหญิงอาจใส่เสื้อรัดรูป
ส่วนนิสิตชายก็ใส่กางเกงเอวต่ำจนเห็นกางเกงบ๊อกเซอร์
แต่ก็ใช่ว่าปัญหาจะรุนแรง เพียงแต่นิสิตลองแต่งกายให้ดีอีกนิดก็จะดีขึ้น"
อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวถึงโครงการนี้ว่า
จะมีการประกวดขวัญใจคนในเครื่องแบบ เพื่อเป็นตัวแทนนิสิต
การทำกิจกรรมและประชาสัมพันธ์ต่างๆ
และตนจะนำเรื่องการแต่งกายที่ถูกระเบียบของนิสิต
เข้าแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับอธิการบดีมหาวิทยาลัยอื่นๆ
ในที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ด้วย จากนั้นจุฬาฯ
จะมีการรณงค์เรื่องความซื่อสัตย์ และการตรงต่อเวลา ต่อไป
ซึ่งเป็นผลจากการสำรวจซึ่งพบว่า สิ่งที่จะต้องแก้ไขในตัวนิสิตมี 3
เรื่องคือ การแต่งกาย ความซื่อสัตย์ และการตรงต่อเวลาต่อไป

ด้าน
นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)
ในฐานะประธานเครือข่ายรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา กล่าวว่า
เครือข่ายรองอธิการบดีฯ มีการรณรงค์ให้นิสิตนักศึกษาของแต่ละมหาวิทยาลัย
แต่งกายให้ถูกกาลเทศะ
การรณรงค์ให้นิสิตนักศึกษาแต่งชุดนักศึกษาให้ถูกระเบียบ
เป็นเรื่องที่มหาวิทยาลัยต้องควบคุม และคณะรัฐมนตรีฝ่ายสังคม
ก็ควรร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย
เพราะการแต่งกายที่ผิดระเบียบของนิสิตนักศึกษาส่วนหนึ่งมาจากการแต่งกายตาม
แฟชั่น ซึ่งมีดาราเป็นต้นแบบ
"ทุกกระทรวงควรร่วมมือกัน
ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวัฒนธรรม
ซึ่งต้องขอความร่วมมือไปยังต้นสังกัดของดารา
ให้แต่งกายให้เหมาะสมถูกกาลเทศะด้วย และสร้างค่านิยมใหม่ๆ ให้กับนักศึกษา
เพราะแฟชั่นกับนักศึกษาเป็นของคู่กัน" นายปริญญา กล่าวในที่สุด
ขอขอบคุณ
ข้อมูลและภาพประกอบจาก





