ไอ้หนูนักเตะเยาวชนทีมชาติไทย ชุดอายุ 19 ปี พ่าย “โสมขาว” เกาหลีใต้
ไปแบบน่าเจ็บใจ 1-2 ในศึกลูกหนังเยาวชน 19 ปี ชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก
กลุ่มอี นัดสุดท้าย แต่ยังดวงแข็งได้ผ่านเข้าไปโชว์ฝีเท้ารอบสุดท้าย
ในฐานะทีมอันดับที่ 2 ของกลุ่ม หลังเฉือนชนะเวียดนาม แบบเฉียดฉิวด้วยกฎ
“เฮดทูเฮด”
การแข่งขันฟุตบอลเยาวชนอายุไม่เกิน
19 ปี ชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก กลุ่มอี เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา
เป็นการฟาดแข้งกันในนัดสุดท้าย คู่แรกที่สนามกีฬากองทัพบก ทีมชาติไทย
ซึ่งมี 12 คะแนนเต็มจากการลงสนาม 4 นัด พบกับ “โสมขาว” เกาหลีใต้ ที่มี 9
คะแนน จาก 4 นัด
โดยนัดนี้ทีมไทยขอแค่ผลเสมอก็จะลอยลำเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายทันที
ขณะที่เกาหลีใต้ต้องการชัยชนะเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์เข้ารอบ
เกมใน
ครึ่งเปิดฉากมานักเตะโสมเป็นฝ่ายเปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างหนัก นาทีที่ 9 คิม
ยอง กุ๊ก ได้โขกแบบเหน่งๆ แต่ อุกฤษณ์ วงศ์มีมา
นายทวารของไทยโชว์ซุปเปอร์เซฟปัดออกหลังไป
สถานการณ์ของเกมมาพลิกผันในนาทีทีี่ 20 เมื่อทีมไทยที่บุกน้อยกว่ามาก
เป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำ จากการต่อบอลอย่างสวยงาม ก่อนที่ ณัฐวุฒิ คำริน
จะแทงบอลให้ ชาคริต ระวันประโคน
กองหน้าตัวเก่งหลุดเข้าไปยิงสวนตัวนายทวารเกาหลีใต้ตุงตาข่าย
จบครึ่งแรกทีมไทยนำอยู่ 1-0
ครึ่งหลังเกมยังเป็นไปในลักษณะเดิม
เกาหลีใต้โหมบุกอย่างหนัก หวังที่จะทวงประตูคืน
ขณะที่ทีมไทยรอตั้งรับแล้วสวนกลับ จนนาทีที่ 60 ทำนบทีมไทยก็แตก เมื่อ คิม
ยุง จุง ที่เพิ่งเปลี่ยนตัวลงมา โขกประตูให้เกาหลีตามมาตีเสมอไทยเป็น 1-1
ได้สำเร็จ จากนั้นนักเตะจากแดนกิมจิได้ใจ ใช้วิธีโยนบอมบ์เข้าใส่ไม่ขาดสาย
แต่กองหลังของไทยก็ยังสกัดได้ดี
เกมทำท่าจะจบดด้วยสกอร์นี้ แต่แล้วเมื่อเหลืออีก 2 นาทีจะหมดเวลา สารัช อยู่เย็น มาทำแฮนด์บอลบริเวณเส้นกรอบเขตโทษ สุดท้าย โซ ฮอง มิน ซัดตูมเดียวลูกเสียบตาข่ายบน ทำให้เกาหลีใต้เอาชนะไทยไปอย่างหวุดหวิด 2-1 ได้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายไปแบบอัตโนมัติ ด้วยกฎยิงประตูได้มากกว่าทีมไทยและเวียดนามแม้จะมี 12 แต้มเท่ากัน
ส่วน
ทีมไทยที่มี 12 แต้ม ต้องไปลุ้นเป็นทีมอันดับ 2 กับ เวียดนาม
ซึ่งในวันเดียวกันแข่งขันกับมาเก๊าที่สนามไทยญี่ปุ่น ดินแดง ผลปรากฎว่า
เวียดนาม เอาชนะ มาเก๊าไป 3-0 ส่งผลให้ทั้งไทยและเวียดนาม มี 12
คะแนนเท่ากัน แถมมีลูกได้เสียเท่ากันอีก จึงต้องมาตัดสินกันด้วยกฎเฮดทูเฮด
ซึ่งทีมไทยมีสถิติที่ดีกว่า เนื่องจาก เคยเอาชนะเวีดยนาม
ในการลงแข่งขันนัดที่ 4 มา 1-0
จึงทำให้ทีมไทยได้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายไปอีกทีม ในฐานะทีมอันดับที่ 2
ของกลุ่ม
“โค้ชหนุ่ย” เฉลิมวุฒิ สง่าพล
กุนซือใหญ่ของทีมไทยเผยว่า
แม้เด็กไทยจะเล่นกับทีมระดับสุดยอดของเอเชียได้ดี
แต่ยอมรับว่าเป็นเกมที่หนัก แถมเราเป็นรองในทุกๆด้าน
โดยเฉพาะเรื่องของพละกำลังและความแข็งแกร่ง
ครึ่งแรกทีมเราทำตามแทคติกที่วางเอาไว้ได้ดี
แต่มาในครึ่งหลังดูเหมือนจะเสียสมาธิไป รวมทั้งเกาหลีเริ่มบุกกดดันมากขึ้น
โดยเจาะเข้าทางปีกทั้ง 2 ข้าง จึงทำให้เราเสียประตู
อย่างไรก็ตามตนขอชื่นชมลูกทีมทุกคนที่เล่นกันอย่างทุ่มเท
และเชื่อว่านักเตะไทยได้เพิ่มประสบการณ์ให้กับตัวเองหลังจากจบแมตช์นี้
ส่วนในรอบสุดท้ายนั้น ทีมของเราคงจะต้องมีการเตรียมทีมให้ดีที่สุด
ขณะ
ที่ “เสี่ยเอ๋” วิศิษฐ กอวรกุล ผู้จัดการทีม
กล่าวชื่นชมนักเตะทุกคนที่มีความเสียสละทุ่มเทเล่นเพื่อทีมมาโดยตลอด
สำหรับการเตรียมตัวในการไปเล่นรอบสุดท้ายในปีหน้านั้น
เรามีเวลาเตรียมพร้อมอยู่พอสมควร
ซึ่งตนมองว่าทีมของเราจะต้องมีการปรับปรุงอีกเยอะ
หากต้องการเข้ารอบลึกๆในรอบสุดท้าย โดยเฉพาะเรื่องของนักเตะ
คงจะมีการเรียกผู้เล่นใหม่ๆเข้ามาคัดตัวเพิ่มเสริมทีมอย่างแน่นอน
เพื่อจะได้เอาผู้เล่นที่ดีที่สุดร่วมทัพไปฟาดแข้ง
ขอขอบคุณ
ข้อมูลและภาพประกอบจาก





