พสกนิกรชาวไทยเดินทางลงนามถวายพระพรอย่างเนืองแน่น ต่างซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ
"ในหลวง" ผู้แทนสมเด็จพระสังฆราชฯ นำต้นมณฑาทิพย์ น้อมเกล้าฯถวาย
เชื่อเป็นต้นไม้มงคลบูชาพระศรีอารย์...
เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.
ที่ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช
ยังคงคลาคล่ำไปด้วยพสกนิกรที่เดินทางมาแสดงความจงรักภักดีด้วยการลงนามถวาย
พระพรกันอย่างเนืองแน่นตลอดทั้งวัน อาทิ คณะสามเณรจากโรงเรียนวัดสระแก้ว
จ.อ่างทอง นักเรียนจากโรงเรียนพระโขนงวิทยาลัย อบต.โพธาราม จ.ราชบุรี
โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ นักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคประจวบคีรีขันธ์
คณะกรรมการอิสลาม จ.ตรัง คณะอาศรมพระฤษีปู่แก้ว จ.ปทุมธานี เป็นต้น
นาย
วิชัย เอ็มเอ็ม ชาวไทยมุสลิม จ.ตรัง กล่าวว่า
ได้มีโอกาสเดินทางเข้าลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
จึงรู้สึกดีใจ และตื้นตันใจที่จะได้แสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน
แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงหายจากพระอาการประชวรแล้ว
แต่คนไทยทุกคนยังคงเป็นห่วง และต้องการแสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์
ด้วยการทำทุกอย่างเพื่อให้พระองค์ทรงสบายพระทัย
ในฐานะที่ตนเป็นชาวไทยมุสลิม อาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคใต้
และทราบดีว่าสถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ยังคงไม่ปกติ
แต่ถ้าหากทุกฝ่ายเข้าใจถึงปัญหา ซึ่งมีความละเอียดอ่อนมาก
โดยเฉพาะพนักงานของรัฐที่ต้องเข้าไปปฏิบัติหน้าที่
และสัมผัสกับประชาชนในพื้นที่แล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าถึง
และเข้าใจในวัฒนธรรม ประเพณีอย่างแท้จริง
ก็จะสามารถแก้ปัญหาความรุนแรงต่างๆ ได้

อย่าง
ไรก็ตาม
เชื่อว่าหากทุกฝ่ายประสานการทำงานเพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3
จังหวัดชายแดนใต้อย่างจริงจัง และจริงใจแล้ว สถานการณ์ต่างๆ
ก็จะเข้าสู่ภาวะปกติ ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข
ที่สำคัญจะทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสบายพระทัยได้ด้วยเพราะ
พสกนิกรของพระองค์มีความรัก ความสามัคคีนั่นเอง
พระมหาไพเราะ
ฐิตสีโร เจ้าอาวาสวัดสระแก้ว กล่าวว่า
รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ที่มีต่อโรงเรียนวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าและยากจน อายุ
3-18 ปี โดยมีนักเรียนทั้งหมด 1,800 คน
พระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ให้กับโรงเรียนเดือนละ
45,000 บาท เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ขณะที่สามเณร ศิริยศ สกุลชัย อายุ 14
ปี นักเรียนชั้น ม.2
ที่เข้าร่วมโครงการบวชสามเณรถวายพระบาทสเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวว่า
สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงที่มีต่อตน ทำให้มีการศึกษาที่ดี
และจะเป็นเด็กดีเพื่อถวายต่อพระองค์ท่าน
อยากให้พระองค์มีพระพลานามัยที่แข็งแรงเป็นหลักชัยให้กับปวงชนต่อไป
นอก
จากนี้ ยังมีคณะกลุ่มองค์กรบ้านพอเพียง อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี
นำพระแก้วมรกตจำลองมาทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เพื่อความเป็นศิริมงคล
และไว้สำหรับปกปักรักษาพระองค์ท่านให้มีพระชนมายุยิ่งยื่นนาน
รวมถึงชมรมรักษ์พระบรมธาตุแห่งประเทศไทยนำพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระสัมมา
สัมพุทธเจ้าทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ขณะ
ที่พระราชรัตนมงคล ผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
สกลมหาสังฆปริณายกเป็นผู้แทน นำต้นมณฑาทิพย์ จำนวน 4 ต้น
มาถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีความเชื่อว่าต้นไม้ดังกล่าว
เป็นต้นไม้มงคล และไว้สำหรับบูชาพระศรีอาริยเมตไตรย หรือ พระศรีอารย์
ขณะที่สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช แจ้งว่า สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราชฯ ประทานแผ่นโลหะอันเป็นมงคลเพื่อนำไปหล่อพระพุทธรูป
ในวันที่ 18 ม.ค.2553 ณ สนามวัดบวรนิเวศวิหาร
เพื่อน้อมเกล้าฯถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในวโรกาสทรงหายจากพระอาการประชวร โดยพระพุทธรูปดังกล่าวประกอบด้วย
พระพุทธนิรโรคันตราย (พระพุทธรูปปางลีลา) ศิลปะสุโขทัย ขนาดเท่าคนจริง
และพระพุทธปฎิมาประธานประจำอุโบสถวัดเวฬุวัน อ.ศรีวิไล จ.หนองคาย
ซึ่งพระพุทธปฏิมาประธานที่จะหล่อนี้เป็นปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัยประยุกต์
ขนาดหน้าพระเพลากว้าง 2.89 เมตร สูง 3.69 เมตร และได้รับถวายพระนามว่า
"พระพุทธศรีวรราชศาสดา" ซึ่งพระพุทธรูปทั้ง 2 องค์นี้จะอัญเชิญไปประดิษฐาน
ณ วัดเวฬุวัน อ.ศรีวิไล จ.หนองคาย
อย่างไรก็ตาม แม้ในช่วงบ่าย
ฝนจะตกลงมาอย่างหนัก
แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคของประชาชนที่ต้องการแสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์
ท่าน
โดยทุกคนยังคงเดินทางเข้าลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างไม่
ขาดสาย.





